การสร้างแบรนด์ “Brand Identity” ในยุค Digital Transformation
Ohm, managing director & co-founder, 7Exit Media
OHM
Managing Director & Co-Founder
การสร้างแบรนด์ ในยุค Digital transformation

เรากำลังยืนอยู่บนจุดตัดที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ธุรกิจ Digital Transformation ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรดระบบไอที แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ “วิถีชีวิตมนุษย์” เมื่อเทคโนโลยีผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน ความคาดหวังของผู้บริโภคจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมกำลังซื้อหลักของโลก

สำหรับคนรุ่นใหม่เหล่านี้ แบรนด์สินค้า (Product Brand) ไม่ใช่เพียงสิ่งของที่พวกเขาซื้อมาใช้แล้วหมดไป แต่คือเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตน (Self-expression) และค่านิยมที่พวกเขายึดถือ นี่คือความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของผู้บริหารยุคปัจจุบัน: วิธีการ การสร้างแบรนด์ (Branding) แบบดั้งเดิมที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบเกินจริง และการสื่อสารทางเดียว กำลังสูญเสียประสิทธิภาพ

ในฐานะที่ปรึกษาด้านแบรนด์ ผมขอยืนยันว่า หาก Corporate Identity ของคุณยังคงแข็งทื่อและขาดความเชื่อมโยงทางอารมณ์ คุณกำลังเสี่ยงที่จะถูกมองข้าม หรือแย่กว่านั้นคือถูกมองว่า “ไม่จริงใจ” ในสายตาของ Digital Natives เหล่านี้ การสร้างยอดขายที่ยั่งยืนในยุคนี้ จึงไม่ใช่เกมของการตะโกนให้ดังที่สุด แต่เป็นเกมของการสร้างความหมายที่ลึกซึ้งที่สุด

จากตราสินค้า สู่ "จิตวิญญาณที่มีชีวิต"

ในอดีต เรานิยาม ตราสินค้า (Trademark) ว่าเป็นสัญลักษณ์คงที่ที่ประทับอยู่บนบรรจุภัณฑ์เพื่อป้องกันการเลียนแบบ แต่ในโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันตลอด 24 ชั่วโมง Brand Identity ไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป

จากตราสินค้า สู่ "จิตวิญญาณที่มีชีวิต" (From Trademark to Living Soul)
แบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง แต่มีชีวิตและปรับตัวได้

การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันต้องมีสถานะเป็น “ระบบนิเวศที่มีชีวิต” (Living Ecosystem) อัตลักษณ์ของแบรนด์ต้องมีความลื่นไหล (Fluidity) สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้เข้ากับบริบทของแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันได้ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้นบน TikTok หรือโลกเสมือนใน Metaverse โดยที่แก่นแท้ของแบรนด์ยังคงเดิม

ที่สำคัญที่สุด Gen Y และ Z มี “สัญชาตญาณในการจับโกหก” ที่เฉียบคมมาก พวกเขาไม่สนใจแค่ว่าคุณขายอะไร (What) แต่พวกเขาสนใจว่าคุณทำไปทำไม (Why) และคุณยืนหยัดเพื่ออะไร กลยุทธ์ Branding ยุคใหม่จึงต้องผูกโยง Purpose ขององค์กรเข้ากับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง หากความยั่งยืน (Sustainability) เป็นเพียงแค่คำโฆษณา แต่ไม่ได้ฝังอยู่ใน DNA ของแบรนด์ คนรุ่นใหม่จะรับรู้ได้ทันที และความเสียหายต่อภาพลักษณ์จะรุนแรงกว่าในอดีตมาก

ใช้ Personal Brand นำ Corporate

ยิ่งโลกหมุนไปสู่ความเป็นดิจิทัลมากเท่าไหร่ ความโหยหา “ความเป็นมนุษย์” (Human Touch) ก็ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้นเท่านั้น ในยุคที่ AI และ Algorithm ทำงานอยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจ สิ่งที่แบรนด์ขาดแคลนคือความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและการเชื่อมโยงที่จับต้องได้

จากตราสินค้า สู่ "จิตวิญญาณที่มีชีวิต" (From Trademark to Living Soul)
บริบทใหม่ของแบรนด์ สื่อสารด้วย Personal Brand นำ Corporate

นี่คือจุดที่ผู้บริหารระดับสูงต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การแยกขาดระหว่าง “ผู้บริหาร” และ “แบรนด์” เป็นเรื่องล้าสมัย ผมขอแนะนำให้ผสมผสาน Personal Brand ของผู้นำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Corporate Identity ในภาพรวม

Gen Z ไม่ได้ต้องการเห็น CEO ที่อยู่บนหอคอยงาช้าง แต่พวกเขาต้องการเห็นผู้นำที่ “เข้าถึงได้” มีความคิดเห็น มีจุดยืน และมีความเป็นมนุษย์ที่ยอมรับความผิดพลาดได้ การที่ผู้บริหารออกมาสื่อสารด้วยตนเองในวาระสำคัญ ไม่ใช่การสร้างความโด่งดังส่วนบุคคล แต่เป็นการสร้าง “ความไว้วางใจ (Trust)” ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุดในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ทุก Micro-interaction—ตั้งแต่การตอบแชทลูกค้าไปจนถึงคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย—คือการแสดงออกของแบรนด์ หากแบรนด์ของคุณพูดจาเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกในช่องทางเหล่านี้ ภาพลักษณ์ที่หรูหราที่คุณสร้างมาจะพังทลายลงทันที แบรนด์ต้องสื่อสารในระดับ Human-to-Human ไม่ใช่ Business-to-Consumer

ออกแบบประสบการณ์ ไม่ใช่แค่อัตลักษณ์

หมดยุคที่การมีโลโก้สวยๆ และ CI Book หนาๆ จะถือว่างาน Branding เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ (Experience Economy) “ความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับจากการใช้งาน” สำคัญกว่า “สิ่งที่ลูกค้ามองเห็น”

ออกแบบประสบการณ์ ไม่ใช่แค่อัตลักษณ์ (Designing Experience over Aesthetics)
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ยุคใหม่จึงต้องบูรณาการ Design, Technology และ Strategy เข้าด้วยกัน

การวิเคราะห์ของ Lippincott พบว่า จุดอ่อนสำคัญของหลายองค์กรคือความไม่ต่อเนื่อง (Disconnect) ระหว่างภาพลักษณ์ที่สวยหรูบนสื่อโฆษณากับประสบการณ์การใช้งานจริงบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม (UX/UI) หาก แบรนด์สินค้า ของคุณดูทันสมัยใน Instagram แต่เว็บไซต์กลับใช้งานยาก โหลดช้า และซับซ้อน ลูกค้า Gen Y/Z จะตัดขาดจากแบรนด์คุณทันที

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ยุคใหม่จึงต้องบูรณาการ Design, Technology และ Strategy เข้าด้วยกัน เราต้องคิดไปไกลกว่าแค่งานภาพ (Visual) แต่ต้องคำนึงถึง “ผัสสะ” อื่นๆ ในโลกดิจิทัลด้วย เช่น Sonic Branding (เสียงของแบรนด์เป็นอย่างไรเมื่อมีการแจ้งเตือน), Motion Design (แบรนด์เคลื่อนไหวอย่างไร) สิ่งเหล่านี้คือการสร้างความจดจำในระดับจิตใต้สำนึกที่ทรงพลัง

บทสรุปผู้บริหาร

ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารและเจ้าของกิจการต้องหยุดมอง การสร้างแบรนด์ เป็นเพียง “ค่าใช้จ่ายทางการตลาด” แต่ให้มองเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด” ในการนำพาองค์กรผ่านคลื่น Digital Transformation

ยอดขายที่ยั่งยืนจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y และ Z ไม่ได้เกิดจากการยิงโฆษณาที่แม่นยำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้าง “Brand Love” และความผูกพันที่ลึกซึ้ง ในโลกที่ทุกอย่างสามารถแปลงเป็นรหัส 0 และ 1 ได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างและจับต้องได้ คือ “ความรู้สึกที่แท้จริง” ที่คุณมอบให้กับผู้คน

การลงทุนใน Online Reputation ไม่ใช่แค่เรื่อง "ภาพลักษณ์" แต่เป็น "กลยุทธ์ทำกำไร" ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจ
ใช้ภาพลักษณ์แบรนด์เพิ่มลูกค้า
"7Exit คือพันธมิตรที่เราวางใจได้อย่างแท้จริง และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้เรามั่นใจในเส้นทางการเติบโต"
Jaraslak Thavorntaveewong
E-commerce Manager
บี
Owned-Media MARKETING SPECIALIST
Contact Form Home
คู่มือสร้างภาพลักษ์แบรนด์

บทความจาก Co-Founder และ ทีมงานที่เชี่ยวชาญของ 7Exit Media ส่งตรงถึงคุณ อ่านแล้วนำไปประยุกต์ใช้กับงานคุณได้ทันที